กูเกิลเปิดโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia รอบปี 2026 เปิดรับสมัครสตาร์ตอัพในภูมิภาค (รวมไทย) ตั้งแต่ระดับ seed จนถึงรายที่ระดมทุนสูงสุดไม่เกิน Series B เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะนาน 3 เดือน โครงการนี้มีอบรมทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องเทคนิค ทีมผู้ก่อตั้งจะต้องเข้าร่วมงานทั้งที่สิงคโปร์และซานฟรานซิสโก และจุดที่น่าสนใจคือปีนี้จะมีคนจาก DeepMind มาร่วมสอนเรื่อง AI ด้วย ที่มา - Google, Google Cloud Facebook
ในวันที่ Generation ไม่ได้ถูกใช้เพื่อแบ่งแค่ช่วงอายุอีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกโซเชียลก็กำลังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ที่ผ่านมาถ้าใครเล่น X บ่อย ๆ น่าจะเคยเห็นเหตุการณ์ที่บัญชีขนาดใหญ่บางแอ็กเคานต์ที่นำคลิป โพสต์หรือคอนเทนต์ของผู้อื่นมารีอัปโหลดใหม่ แล้วกลับได้ Engagement
แม้จะผ่านศึกแย่งชิงลงทะเบียนโครงการรัฐกันมาอย่างโชกโชน สารพันปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างลงทะเบียนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ก็ยังมีให้เห็น
เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ถ้าใครกำลังรู้สึกว่าสภาพอากาศรอบตัวแปรปรวนจนคาดเดาไม่ได้ วันไหนพกร่มฝนกลับไม่ตก พอไม่พกร่มเห็นฟ้าใสแต่สุดท้ายฝนตก จนต้องปวดหัวกับอากาศช่วงนี้ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นักพยากรณ์อากาศทั่วโลกต่างส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) ซึ่งคาดว่าจะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี ที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศรุนแรงไปทั่วโลก เอลนีโญคืออะไร ? ทำไมวิกฤตในครั้งนี้ถึงน่ากังวล ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุไว้เกี่ยวกับการเกิดของ ‘เอลนีโญ’ (El Niño) จุดเริ่มต้นอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิกเขตเส้นศูนย์สูตร ในภาวะปกติบริเวณนี้จะมีลมค้า (Trade Wind) ซึ่งจะพัดน้ำอุ่นไปสะสมทางฝั่งเอเชียและออสเตรเลียทำให้มีฝนตกชุก ส่วนฝั่งอเมริกาใต้จะเป็นน้ำเย็น ทำให้อากาศแห้งแล้ง เมื่อเกิดเอลนีโญ ลมค้าจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้น้ำอุ่นไหลย้อนกลับไปสะสมที่ฝั่งอเมริกาใต้แทน ทำให้ฝั่งอเมริกาใต้ที่เคยแห้งแล้งกลับมีฝนตกหนักและน้ำท่วม ส่วนฝั่งเอเชียและออสเตรเลียที่เคยฝนตกชุกกลับต้องเผชิญความแห้งแล้งและภัยแล้งอย่างรุนแรง สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเกิดจากการอ่อนกำลังลงของลมค้านั่นเอง องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่น่ากังวล โดยคาดการณ์ว่าเอลนีโญจะเริ่มแผ่อิทธิพลอย่างเต็มตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนนี้ และรายงานล่าสุดระบุว่ามีโอกาสร้อยละ 25 ที่จะเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงมาก และมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเกิดเอลนีโญระดับรุนแรง ดัชนีชี้วัดขนาดของเอลนีโญที่สำคัญและชัดเจนที่สุดตัวหนึ่ง คือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ว่าจะทางตะวันออกหรือตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร อุณหภูมิยิ่งสูงกว่าปกติมากเท่าไร ปรากฏการณ์ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น การพัฒนาเอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกอาจจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หายากและอาจส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศโลกตั้งแต่ฤดูร้อนปี […]
อิสรภาพมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ชัดเจนในตัวเอง การเลือกกิน การเลือกดู การเลือกซื้อ การเลือกใช้ชีวิต