Windows 11 รุ่นทดสอบ Insider Experimental Preview Build 26340.9767 เพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ แต่น่าสนใจคือ Internet Speed Test ที่เรียกได้จาก Quick Settings ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ Internet Speed Test มีฟีเจอร์พื้นฐานคือแสดงค่าความเร็วฝั่งดาวน์โหลด อัพโหลด และค่า ping ข้อดีคือสะดวก เรียกได้จาก Quick Settings เลย รองรับทั้งเน็ตแบบมีสาย, Wi-Fi หรือต่อผ่าน cellular ของใหม่อีกอย่างใน Build นี้คือ สามารถตั้งค่าเปิดเสียง ปิดเสียง สั่น ของสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับ Windows ได้ผ่าน Quick Settings เช่นกัน
Google Cloud เป็นผู้ให้บริการคลาวด์กลุ่มแรกๆ ที่เตรียมนำชิป NVIDIA Vera Rubin (ตัวต่อจาก Grace Blackwell) มาให้บริการในเดือนหน้า (พฤศจิกายน 2026) Google Cloud จะออก instance ชนิดใหม่ชื่อ A5X (นับเลขต่อจาก A4 ที่เป็น Blackwell B200) มาให้เช่าใช้งานกัน (ตอนนี้ยังไม่ประกาศราคา) เบื้องหลังของมันเป็นเครื่อง Vera Rubin NVL72 ที่ประกอบด้วยซีพียู Vera 36 ตัว กับจีพียู Rubin 72 ตัว กูเกิลระบุว่าวางแผนจะจัดซื้อ Rubin รวม 960,000 ตัวกระจายตามจุดต่างๆ ทั่วโลก (ศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งมีได้สูงสุด 80,000 ตัว) แล้วเชื่อมกันด้วยระบบเครือข่าย Virgo Network ที่กูเกิลออกแบบเอง
กูเกิลปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) โดยเน้นไปที่ Personal Intelligence ฟีเจอร์ที่ทำให้ Gemini เชื่อมต่อกับแอปต่าง ๆ ของกูเกิลของผู้ใช้งาน เช่น Drive, Photos, Gmail ทำให้คำตอบตรงกับความสนใจของผู้ใช้งานมากขึ้น ซึ่งกูเกิลใช้คำว่า "อาจ" ใช้ข้อมูลนี้แชร์ให้กับบริการอื่นของกูเกิลสำหรับการแสดงผลโฆษณาแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับสิทธิที่เปิดให้เข้าถึง
กูเกิลเริ่มปล่อย ฟีเจอร์ Personal Intelligence (ที่เปิดทางให้ Gemini รู้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราจากบัญชี Google Account) ให้กับการใช้งานในรถยนต์ ทั้ง Android Auto และ Cars with Google built-in (Android Automotive) หากผู้ใช้เปิดใช้งาน Personal Intelligence ก็จะสามารถถามข้อมูลจาก Gemini ในรถยนต์ได้เลย เช่น ขับรถไปสนามบินก็ถามได้ว่าเที่ยวบินไหน ประตูหมายเลขเท่าไร, หาร้านอาหารตามสไตล์ที่เราชอบ บนเส้นทางขับรถ, ค้นหาข้อมูลจาก Gmail หรือ Google Calendar ได้ เป็นต้น ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานกับ Android Auto แล้ว ส่วน Cars with Google built-in ต้องรออีกหลายเดือน
OpenAI ประกาศแนวทางใหม่ในการฝึกฝนโมเดล AI ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ หลังจากโมเดลฉลาดจนควบคุมไม่ได้ และไปเจาะระบบบนโลกอินเทอร์เน็ตจริงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งวิธีที่ OpenAI จะใช้ก็คือการฝึกฝนแบบ "ปราศจากอินเทอร์เน็ต" OpenAI บอกว่าวิธีการนี้จะบังคับใช้เป็นกฎในการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงของบริษัท ไปจนกว่าจะสามารถพัฒนามาตรการควบคุมความปลอดภัย (safeguard) ที่ดีมากพอ จึงจะกลับมาทดสอบแบบมีอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง จากเดิมที่วิธีการฝึกฝนโมเดลเหล่านี้ใช้การทำบน sandbox ที่ปิดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่โมเดลก็สามารถหาช่องโหว่จนเข้าไปแก้คอนฟิกให้ออกอินเทอร์เน็ตได้ ฉะนั้นแนวทางรับมือจึงต้องตัดให้ขาดไปเลย
ทีมพัฒนา Microsoft Teams ออกมาเล่าเบื้องหลังการปรับปรุง Teams ให้ทำงานเร็วขึ้น กินทรัพยากรน้อยลง บนแพลตฟอร์มต่างๆ ดังนี้ พีซี (Windows & macOS) เพิ่ม Efficiency Mode สำหรับเครื่องทรัพยากรต่ำ ซีพียูรุ่นเก่า แรม 8GB หรือต่ำกว่า ปรับปรุงให้โหมดนี้ทำงานตอบสนองดีขึ้น 20% บนเครื่องทรัพยากรต่ำ, มีฟีเจอร์ปรับความละเอียดของวิดีโอลงอัตโนมัติเพื่อลดพลังซีพียู และรักษาการประมวลผลเสียงไม่ให้กระตุก Android