วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า เฟซบุ๊กได้ว่าจ้างชาวเมียนมา ที่เชี่ยวชาญด้านภาษา เพิ่มอีก 60 คน เพื่อช่วยในการตรวจตราข้อมูล กำจัดข้อความที่สร้างความเกลียดชังและตั้งเป้าจะจ้างเพิ่มให้เป็นถึง 100 คน
หลายคนน่าจะรู้จัก Kickstarter เว็บไซต์ระดมทุนระดับโลกที่ใครมีโปรเจคเจ๋งๆ ก็สามารถมาขอระดมทุนจนมีโปรเจคเจ๋งๆ ที่เป็นไอเดียล้ำๆ
มาเหนือไปอีก ไม่ได้เป็นแค่สื่อสังคมออนไลน์แบบเดิม แต่ Facebook จะมีความร่วมมือในโรงเรียนการแพทย์ NYU เกี่ยวกับการวิจัยเพื่อเข้าถึงภาพแบบ Resonanace ถึง 3 ล้านภาพจากหน่วยงานต่างๆ ถึงหมื่นรายแน่นอนว่าโครงการนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะ CNBC ได้เข้าไปเช็คโครงการดังกล่าวก็มีการแจ้งว่าถูกระงับไว้ แต่มาดูว่าส่ิงที่ Facebook วางแผนจะทำนั้น เข้าถึงธุรกิจด้านสุขภาพอย่างไรกันค่ะ แม้ว่าจะมีประกาศใน Blog ของ Facebook ว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพทั้งหมด” ที่ก่อนหน้านี้ Facebook ได้มานั้นจะถูกลบไปหมดแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามกฏระเบียบความเป็นส่วนตัวของ HIPAA ความร่วมมือกับวงการแพทย์ แม้ว่าจะเป็นความร่วมมือระหว่าง ทีม FAIR AI Research ของ Facebook และ NYU School of Medicine’s Department of Radiology โดยหวังเป็นจุดเร่ิมต้นในการเจาะเข้าไปถึงวงการแพทย์ในการใช้ความพยายามของการวิจัยด้วย AI ในเชิงการทดลองระหว่างปัญหากับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของปัญหาเพื่อลดความกังวลในการรักษาเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ แม้จะมีการแชร์ข้อมูลกับ National Health Service หรือ NHS แต่ก็ถูกหน่วยงานภาครัฐของอังกฤษปัดตกไปเพราะถูกตัดสินว่าละเมิดกฏหมายความเป็นส่วนตัว แม้ว่าการสแกน MRI จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการให้ผู้ป่วยนอนนิ่งในท่อแคบ …