ทุกวันนี้เรามักค้นหาข้อมูลต่างๆ ด้วยการพิมพ์ แต่ก็มีหลายๆ คนเลือกที่จะใช้คำสั่งเสียงเป็นตัวช่วย ซึ่งนอกจากคำสั่งเสียงทั่วไปที่พวกเรามักใช้กัน เช่น
MEDIACOM เอเยนซีในเครือ GroupM เผยผลวิจัยหัวข้อ 'The New Normal' ที่อิทธิพล Social Media มีผลต่อทัศนคติ และการใช้ชีวิตของคนทำงานในยุคปัจจุบัน จนกลายเป็น 'พ
เรื่องของการเข้าถึงผู้บริโภคยุค 4.0 ที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกในการตัดสินใจเป็นหลักนั้น ทั้งแบรนด์หรือนักการตลาด ต่างก็ต้อง “อ่านใจผู้บริโภค” ให้ขาด เพื่อที่จะได้วางกลยุทธ์ของแบรนด์ได้อย่างเหมาะสม เพราะไม่ว่าการใช้กลยุทธ์ออนไลน์ หรือออฟไลน์ ต่างก็ต้องมี Customer Data ที่ชัดเจนก่อน ถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวใจในการทำมาร์เก็ตติ้งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน คือการจะทำอย่างไรให้ชนะใจผู้บริโภค และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้สิ่งต่างๆ รอบตัวเปลี่ยนไป ดังนั้น การทำความเข้าใจและปรับตัวถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค Digital Transformation และเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรธุรกิจและนักการตลาดต้องให้ความสนใจ หลักในการทำการตลาด ทำความเข้าใจว่าความต้องการของมนุษย์ (Human Needs) ยังคงอยู่ทุกยุคทุกสมัย ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการใช้สินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการและช่วยแก้ปัญหา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาคือ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้บริโภค (Customer Emotion) โดยเฉพาะยุคดิจัทัล ผู้บริโภคใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจในการเลือกบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ มากขึ้น นักการตลาดจึงต้องสรรหาเครื่องมือเพื่อศึกษาและเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย เพื่อ “การอ่านใจผู้บริโภค” ให้ออกและนำข้อมูลมาใช้ในการคิดแผนการตลาดให้สามารถตอบโจทย์ ตรงใจผู้บริโภค นั่นเอง สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรยุคดิจิทัล คือ Customer Data ที่สมัยก่อน ทำได้เพียงเก็บข้อมูลจากการวิจัยตลาด แต่ปัจจุบันการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้เกิด Big Data นำมาซึ่งการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไว้ด้วยกัน มีความรวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น แต่ไม่สร้างความรำคาญใจให้ผู้บริโภค และสามารถศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและบันทึกเป็นข้อมูลและนำมาวิเคราห์พฤติกรรม เปรียบเสมือนการอ่านใจผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ทำให้องค์กรสามารถรู้ความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคได้ (Customer Insight) โดยที่บางครั้งรู้มากกว่าตัวผู้บริโภคเอง และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การเก็บข้อมูลหรือดาต้าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ตลอดจนช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย สร้าง Digital Asset การทำ Digital Transformation เป็นการสร้าง Digital Asset รูปแบบหนึ่งที่อยู่บนโลกออนไลน์ เช่น การทำเว็บไซต์ E-Commerce เป็นอีกหนึ่ง Business Platform ที่เปลี่ยนแปลงโลกการค้าในยุคปัจจุบัน ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล ยกตัวอย่างเว็บไซต์ Amazon ที่เป็นรูปแบบการทำธุรกิจโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องจำกัดจำนวนผู้ขาย ทำให้สามารถขายสินค้าได้หลากหลาย ส่งผลให้สร้างกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายตามไปด้วย และการที่ไม่ต้องจำกัดประเภทของสินค้ายังทำให้สามารถสร้าง ความเชื่อมโยงทางการค้าได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ การสร้างความเชื่อมโยงทางการค้า (Connectivity) ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะต่อยอดธุรกิจระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และคนที่อยู่รอบๆ แพลตฟอร์ม ให้เข้ามาเชื่อมต่อการซื้อขายสินค้า ยิ่งเกิดความเชื่อมโยงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังช่วยส่งผลให้ความท้าทายในการทำธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนไป เพราะลูกค้ามีความต้องการที่ซับซ้อนลึกซึ้งมากขึ้น มีเงื่อนไขแตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น ตัวสินค้า โปรโมชั่น เวลา และวิธีการเลือกใช้สินเค้า ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาค้นหาความต้องการเชิงลึกของกลุ่มลูกค้าแบบรายคน และส่งต่อข้อมูลไปยัง Machine Learning เพื่อประมวลผล ทำให้ธุรกิจสามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบรายคนอย่างแท้จริง หากไม่ทำความเข้าใจลูกค้าให้ดีพอ ลูกค้าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนไปหาแบรนด์คู่แข่งที่มีความเข้าใจความต้องการมากกว่าทันที ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างความต้องการในตัวสินค้าและบริการ การนำเสนอข้อมูลสินค้า การสร้างความได้เปรียบในการประเมินทางเลือก กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อและการสร้างความพึงพอใจหลังการใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ หรืออาจถึงขั้นทำให้แบรนด์เสียชื่อเสียงได้ ดังนั้น แบรนด์ก็ต้องมองหาบริษัทที่มีความสามารถในการเข้ามาช่วยดูแลและพัฒนาข้อมูลที่มีในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยนะคะ
ออฟฟิศเมท เปิดตัวช่องทางการสั่งซื้อสินค้าช่องทางใหม่ เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถ Chat&Shop ผ่าน LINE และ Facebook ได้สะดวกขึ้น สำหรับช่องทางการสั่งซื้อสินค้าช่องทางใหม่อย่าง “OfficeMate Chat&Shop” นั้น จะทำงานผ่านช่องทาง Line: @OfficeMate และ Facebook Messenger เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกในการช้อปของลูกค้าองค์กรและ SMEs ทั่วประเทศที่นิยมช้อปสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น จากเดิมที่มีหน้าร้านออฟฟิศเมทมากกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ, ช่องทาง OfficeMate Contact Center 1281 และออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ officemate.co.th หรือ OfficeMate Mobile App อยู่แล้ว แต่การเพิ่มช่องทางใหม่จะช่วยให้ลูกค้าทั้งองค์กรและทั่วไป สามารถแชท – จ่าย – รับ ได้สะดวกขึ้น เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าทำงานง่าย ต้องยอมรับว่าการสั่งซื้อสินค้าในยุคนี้ ต้องแข่งขันกันให้รวดเร็วขึ้น จะรอช้าแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้น การทำงานผ่าน 3 เครื่องมืออย่าง แชท – จ่าย – …