Walmart เชนค้าปลีกรายใหญ่ระดับโลก เผยโฉมค้าปลีกอัจฉริยะแห่งอนาคตที่ติดตั้งกล้อง AI, Interactive Display, Data Center ในชื่อ 'Intelligence Retail Lab' (IRL) โดยผสมผสานการทำงานระหว่าง 'AI' กับ 'พนักงาน' โดยต้องการให้เทคโนโลยีมาช่วยบริหารร้านได้แบบเรียลไทม์ เช่น สินค้าหมดเชล์ฟ พนักงานได้รับการแจ้งเตือน สามารถเติมได้ทันที และหวังใช้ AI ช่วยลดภาระการทำงาน
ในอนาคตทุกคนอาจจะมี Podcast เป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้มาเร …
“การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน แต่การเมืองในที่ทำงานเป็นเรื่องปวดหัว” เราได้คุยกับ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ในมุมของพนักงานออฟฟิศเจ้าของคอลัมน์ตอบปัญหาดราม่าในที่ทำงานอย่าง i hate my job และฝ่ายบุคคลที่ต้องทำหน้าที่จัดการปัญหา รวมไปถึงเจ้าของกิจการอย่าง Food Passion ที่มีพนักงานในองค์กรจำนวนมาก ว่าพวกเขาจะมีวิธีจัดการกับเรื่องการเมืองที่ต้องพบเจอในองค์กรแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างไร โดยทาง thumbsup ได้ถามพวกเขาถึงปัญหาการเมืองที่มักพบเจอกันนั่นคือการแบ่งพรรคแบ่งพวกที่นำไปสู่ความขัดแย้ง จนนำไปสู่การลาออกของคนทำงาน ลองมาดูกันว่าเราจะได้แนวทางให้สามารถอยู่รอดอย่างไรในชีวิตการทำงานบ้าง มุมมองของ ‘พนักงานออฟฟิศ’ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ (นักจัดรายการพอดแคสต์ I hate my job) ท้อฟฟี่ : หากเข้าไปทำงานแล้วเจอการแบ่งพวกแล้วเราต้องยืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ก็ขอให้เลือกยืนในข้างของ ‘ความถูกต้อง’ โดยข้างที่ถูกต้องของเราคือข้างที่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดขององค์กร สิ่งนี้จะตอบได้ด้วยว่าองค์กรที่เราอยู่นั้นให้คุณค่ากับอะไร เช่น องค์กรนี้ระดับบริหารดันให้คุณค่าไปกับการทุจริต เพราะเขาเติบโตในหน้าที่การงานมาด้วยการโกง จนทำให้เกิดการเล่นพรรคเล่นพวกทำวิธีไหนก็ได้ให้ได้มา นั่นเป็นการบอกว่าองค์กรนี้ให้คุณค่ากับ ‘ความโกง’ ก็ต้องมาลองดูว่า ‘มันใช่ทางของเราหรือเปล่า’ เรามีกฎอย่างหนึ่งคือเชื่อว่า ‘งานทุกงานพาเราไปจุดหนึ่งเสมอ’ หากอยู่ในองค์กรแล้วเจอปัญหาการเมืองก็ให้มองว่าปัญหานั้นจะนำพาเราไปที่ไหน ถ้ามันพาเราไปเป็นคนเล่นพรรคเล่นพวก คนทุจริต แล้วเราจะอยากเป็นไหม? โดยย้อนกลับไปดูได้ว่าองค์กรจะพาเราไปแบบไหนจากคนในองค์กรนั่นเอง ถ้าชอบเนื้องานมากๆ แต่ไม่สบายใจกับการเมือง? ท้อฟฟี่ : เราจะดูความรับผิดชอบของตัวเองก่อน หน้าที่ของเราคืออะไร มีขอบเขตไหนที่เราจะสามารถทำให้ดีที่สุดได้บ้าง …