หนึ่งในปัญหาที่ผมมักเจอบ่อยในช่วงนี้คือสถานการณ์ที่ใครๆ ก็มีเพจ มีเว็บไซต์ แล้วก็ทำคอนเทนต์ออกมาคล้ายๆ กัน แนวเดียวกัน เนื้อหาคล้ายๆ กันจนกลายเป็นการยากที่จะหา “ความแตกต่าง” ให้เกิดขึ้น…
ตม. สิงคโปร์ เปิดตัวตู้อัตโนมัติ สำหรับรับหนังสือเดินทาง หรือบัตรประชาชน ผ่านช่องทางอัตโนมัติที่เปิด 24 ชั่วโมง และรับเอกสารผ่านหุ่นยนต์ ด้วยระบบ ISMART
“แลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร ปริมาณคับกล่องเต็มที่ ดื่มได้ดื่มดี ดื่มแลคตาซอย 5 บาท” เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฟังแล้วรู้เลยทันทีถึงชื่อแบรนด์และสร้างการจดจำได้ดี ซึ่งการใช้เพลงหรือสโลแกนช่วยแบรนด์ติดหู ติดตา และติดใจผู้บริโภคได้มากขึ้น เราจึงลองมาคุยกับสุทธิพร สาริพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ บริษัท Above All ว่าควรสร้างการจดจำอย่างไรหากอยากใช้เพลงเป็นเครื่องมือ ทำไม ‘เพลง หรือ สโลแกน’ เป็นเครื่องมือที่ดีในการทำการตลาด เราเริ่มด้วยมองว่าถ้าคู่เเข่งเยอะต้องทำอย่างไรให้กลุ่มเป้าหมายเกิดภาพจำกับแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างการทำตลาดให้ห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ในต่างจังหวัดเจ้าหนึ่ง ซึ่งห้างเป็นสถานที่ที่เมื่อคนมาเดินแล้วจะต้องฟังเพลงที่ถูกเปิดขึ้นมาในห้างอย่างแน่นอน ไม่ว่าเพลงนั้นจะเป็นเพลงอะไรก็ตาม ซึ่งการหยิบจุดนี้มาใช้ประโยชน์ก็สามารถสร้างภาพจำให้แบรนด์ได้ หรืออย่างรายการทุกเย็นวันศุกร์ที่มีเพลงฮิตร้องได้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งๆ ที่เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจดู เพียงแค่เปิดมาได้ยินบ่อยๆ ก็เลยติดหู ซึ่งประเด็นคือจุดสำคัญของการร้องหรือแต่งเพลง ถ้าเพลงออกมาดีก็จะสร้างการจดจำได้จนเหมือนสโลแกนของแบรนด์นั้นไปเลย หา Pain Point แล้วใส่ชื่อแบรนด์ ประเด็นคือความสำคัญที่สองของการตอกย้ำให้ชัดเจน คือการชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ พร้อมชื่อผลิตภัณฑ์นั้นๆ ลงไปในเนื้อหาของเพลง โดยขั้นแรกต้องหา Keyword ของเพลงนั้นก่อนว่าควรมีอะไรบ้าง นั่นคือการหา Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่ต้องการทำเพลงเพื่อเปิดในห้างที่กำลังจะเปิดใหม่ …