หนึ่งในคำถามที่ผมมักจะได้รับบ่อยๆ เวลาคนมาปรึกษาเรื่องการทำคอนเทนต์นั้น คือจะเล่าเรื่องอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ขายของได้ โดยส่วนใหญ่ก็มักจะไปโฟกัสกับการเล่าเรื่องสินค้าและบริการเสียเยอะ หาวิธีว่าทำอย่างไรให้เรื่องสินค้าของตัวเองน่าสนใจเป็นสำคัญ แต่จริงๆ แล้วการจะขายของใดๆ นั้น หากเราใช้ศาสตร์ของการขายมาเรียบเรียงดีๆ ก็จะพบว่าเรื่องราวสำคัญๆ ที่ธุรกิจควรจะเล่าให้กับลูกค้าได้นั้นจะมีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน 1. เรื่องราวของลูกค้า หนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่คนทำงานขายจะถูกฝึกก็คือการเข้าใจเรื่องราวของลูกค้าว่าเขามีปัญหาอะไร การเข้าใจเรื่องและคอนเทนต์ที่สามารถทำให้ผู้ฟัง / คนดูสามารถเห็นได้ว่าธุรกิจ / ผู้ขายนั้นมีความเข้าใจตัวลูกค้าเช่นเขามีมีธุรกิจอะไร เจอกับสถานการณ์อะไร ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวตรงนี้ควรแสดงให้เห็นว่าธุรกิจเข้าใจตัวลูกค้าดี ซึ่งก็จะเป็นจะแรกที่ทำให้ผู้ฟังคล้อยตามและเห็นว่าตัวเองถูกให้ความสำคัญนั่นเอง 2. เรื่องราวของปัญหา เรื่องถัดมาที่มักจะเป็นสิ่งที่ต้องเล่ากันอย่างจริงจัง ก็คือการที่ธุรกิจสามารถจะเล่าว่าตัวเองมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาหรือความต้องการ อุปสรรคและโอกาสต่างๆ ซึ่งการเล่าเรื่องในส่วนนี้มีจุดประสงค์หลักๆ คือการทำให้ผู้ฟังนั้นเห็นความสำคัญของปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว หรือการที่ตัวเองจะอยากได้ผลประโยชน์ที่มากขึ้นโดยเร็ว 3. เรื่องราวของสินค้าและบริการ ในส่วนนี้คือการเล่าให้ผู้ฟังเห็นว่าสินค้าของเรานั้นสามารถทำให้ปัญหาของเขาหายไปได้อย่างไร มันสามารถช่วยชีวิตเขาให้ดีขึ้นได้อย่างไร เช่นเดียวกับการบอกว่าทำไมสินค้าของเราถึงเหมาะจะแก้ปัญหานั้นๆ นั่นเอง 4. เรื่องราวของหลักฐานยืนยัน นอกจากการเล่าเรื่องของสินค้าและบริการแล้ว อีกเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้กันก็คือการเล่าว่าอะไรเป็นหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่นำเสนอไปนั้นเป็นจริง ทำได้จริง ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องราวของรีวิวสินค้า การได้รับการยืนยัน การตรวจสอบต่างๆ ฯลฯ เรื่องราว 4 แบบนี้ ก็เป็นเหมือนเรื่องราวพื้นฐานที่คนทำงานด้านการขายมักจะใช้มาพัฒนาและเตรียมเป็นสิ่งที่เอาไว้พูดคุยกับลูกค้าของเขา ซึ่งเราก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นคอนเทนต์ต่างๆ ในสื่ออื่นๆ ได้ […]
คุณได้รับอีเมลแจ้งเตือนพื้นที่บัญชีgoogleใกล้เต็มบ่อยๆ วิธีลบอีเมล Gmail เพิ่มพื้นที่ว่าง Google Drive ด้วยการจัดการลบอีเมล Gmail ที่ค้างคา
แอป TikTok กลยุทธ์ แพลตฟอร์มสร้างกระแสไวรัล ความคิดสร้างสรรค์
ชวนอ่านมุมมองของ ภคพรรค์ วัลลศิริ Country Manager ของ Gallup ประเทศไทย ในประเด็นทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกยุคใหม่แห่งการทำงานหรือ Future of Work
ถึงจะมีตำแหน่ง มีงานที่มั่นคงอยู่ในตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะยังมีงานทำอยู่อีกนานจนกว่าจะถึงวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเพราะปัจจัยจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การลดต้นทุนขององค์กร