DNA Digital News ประจำวันพุธที่ 28 เมษายน 2564

ahead.asia - 27/04/2021

SMART Tire สตาร์ทอัพจากสหรัฐฯ ที่จะมาดิสรัปต์อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยี Shape Memory Alloy จาก NASA

it24hrs by ปานระพี - 27/04/2021

สี่งที่ประชาชนต้องรู้ วิธีลงทะเบียน หมอพร้อม เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อเตรียมรับวัคซีนโควิด 19 ที่จะเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้

#beartai - 27/04/2021

ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลายคนอาจมองหาวิธีการรักษาเบื้องต้นหรือวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อส่งผลกับร่างกายของเรา ดังนั้นก็อาจมีหลายคนที่เคยสงสัยว่า แล้ววิธีการกินอาหารเสริมอย่างพวกวิตามินซี ธาตุเหล็กหรือกินอาหารเสริมอื่น ๆ จะช่วยป้องกันหรือรักษาโควิดได้หรือไม่? ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่าแร่ธาตุแต่ละตัวมีหน้าที่การทำงานอย่างไร วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นตัวการสำคัญในการเสริมสร้างการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ดีต่อสุขภาพ ส่วน Zinc หรือธาตุเหล็กอาจมีฤทธิ์ต้านไวรัส ไม่ว่าจะโดยการปรับปรุงการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่ต่อต้านการติดเชื้อไวรัสหรือไว้เพื่อลดความสามารถของไวรัสในการเพิ่มจำนวน ซึ่งหากอิงจากการวิจัยของ Harvard มีหลักฐานบางอย่างเช่นกันที่ชี้ให้เห็นว่าการรวมวิตามินซีและ Zinc เข้าด้วยกันอาจจะจำกัดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดได้ด้วย ส่วนกรณีของวิตามินดีและเมลาโทนิน แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าวิตามินดีและเมลาโทนินอาจมีผลดีต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ผลต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจงก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ออกมาได้อยู่ดี การวิจัยยังระบุอีกด้วยว่าควรจะทานวิตามินซีอย่างพอเหมาะ ซึ่งแนะนำที่ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยเรื่องเสริมภูมิคุ้มกัน ไม่เป็นหวัดง่าย แต่ถ้าทานเยอะเกินไปอาจทำให้ท้องเสียหรือท้องไส้ปั่นป่วนได้และที่สำคัญคือตัววิตามินจะถูกละลายออกมาเป็นน้ำ ถ้าทานเยอะเกินไปก็จะไหลออกมาเป็นปัสสาวะอยู่ดี ไม่ได้ถูกดูดซึมเข้าร่างกายแต่อย่างใด ส่วนกรณีของฟ้าทะลายโจรที่หลายคนเชื่อว่าสามารถรักษาหรือป้องกันไวรัสโคโรนาได้ ความจริงแล้วยังไม่ได้มีงานวิจัยที่ชี้ออกมาแน่ชัดว่าฟ้าทะลายโจรจะช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ โดยเบื้องต้น คืออาจใช้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเท่านั้น และยังคงต้องปฏิบัติร่วมกับมาตรการป้องกันอื่น ๆ อยู่ดี ซึ่งทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก็ได้ออกมาย้ำชัดอีกครั้งถึงกรณีของการนำฟ้าทะลายโจรไปทานเพื่อป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 โดยทางภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ชี้แจงออกเป็น 4 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรกคือฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาโควิด-19 ได้จริงหรือไม่ ซึ่งภญ.สุภาภรณ์ตอบคำถามถึงประเด็นนี้ว่าจริง ๆ แล้วคงไม่มียาหรือวัคซีนตัวใดที่จะพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะสามารถรักษาโควิดได้จริง แต่จากการวิจัยก็พบว่าฟ้าทะลายโจรมีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการติดเชื้อไวรัสของเซลล์ปอดได้ จึงมีโอกาสได้รับการพัฒนาต่อไป ประเด็นที่สองคือฟ้าทะลายโจรป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังคงไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่แน่นอนสำหรับประเด็นนี้ แต่ที่แน่ ๆ คือฟ้าทะลายโจรสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันหวัดได้ โดยมีงานวิจัยที่สนับสนุนมากพอสมควรที่บอกว่าฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ประเด็นที่สามคือถ้าใช้ฟ้าทะลายโจร แล้วจะไม่ต้องฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าการฉีดวัคซีนเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเพาะสำหรับเชื้อโควิดโดยตรง (ถึงแม้จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100%) ดังนั้น การทานฟ้าทะลายโจรจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน พร้อมชี้ว่าการฉัดวัคซีนย่อมได้ผลมากกว่า ประเด็นที่สี่ประเด็นสุดท้าย ฟ้าทะลายโจรที่เป็นสารสกัดมีฤทธิ์ดีและปลอดภัยกว่าผงบดหยาบใช่หรือไม่ ตรงส่วนนี้ ภญ.สุภาภรณ์ได้ให้คำตอบไว้ว่าไม่จริงเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิตและโรคที่นำไปใช้ โดยปกติแล้วแนะนำให้ใช้ที่ 1500-3000 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน หรือใช้สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ที่ประมาณ […]

brand buffet - 19/04/2021

Facebook ขอโดดร่วมวง Twitter-Microsoft ด้วยการประกาศให้พนักงาน Work From Home ได้ต่อไปแม้ Covid-19 จะจบลงแล้วก็ตาม

it24hrs by ปานระพี - 27/04/2021

การทำงานที่บ้านหรือ Work From Home อย่างระวัง เลี่ยงใกล้ชิดคนในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด และแพร่กระจายเชื้อให้คนในครอบครัว

thumbsup - 27/04/2021

TikTok แพลตฟอร์มวีดีโอสั้น เดินหน้าให้ความสำคัญและส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางสังคม เพื่อแสดงพลังแห่งการขับเคลื่อนสังคมความเสมอภาคโดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตัวโดยไม่ถูกคุกคาม จับมือร่วมกับองค์กรชั้นนำปล่อยแคมเปญ “Don’t Tell Me How to Dress จะแต่งตัวยังไง ก็ไม่มีสิทธิ์มาคุกคาม” เพื่อเชิญชวนคนไทยแสดงพลังบอกสังคมว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะปลอดภัยและไม่ถูกคุกคามไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไร ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์คลิปการแต่งตัวในสไตล์ของคุณที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเองและติดแฮชแท็ก #DontTellMeHowToDress ข้อมูลงานวิจัยขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นวีเมน (UN Women) ได้ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่ผู้ชายเอเชียคุกคามผู้หญิงเป็นเพราะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ซึ่งผู้ชายที่มีความคิดดังกล่าวมีมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเหตุผลเพราะมีความรู้สึกเบื่อ สนุก โกรธ และเมา ตามลำดับ สำหรับในประเทศไทยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้รวบรวมข้อมูลจากสื่อและพบว่า ตั้งแต่ปี 2558 ปัญหาการข่มขืนและคุกคามทางเพศมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงมีอายุน้อยลง ส่วนผู้กระทำมักเป็นบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิด ปัจจัยส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นและมักถูกนำเสนอในข่าว คือ การดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด แต่จากการทำงานเชิงลึกพบว่าปัจจัยสำคัญเกิดจากทัศนคติชายเป็นใหญ่ที่มองผู้หญิงแบบมีอคติและมีความเชื่อว่าผู้ชายมีอำนาจมากกว่าจะทำอะไรกับผู้หญิงก็ได้ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ดังนั้นแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงต้องเริ่มจากการตระหนักถึงสิทธิของผู้หญิงและการทำความเข้าใจกับคุณค่าที่อยู่ภายในตัวตนของผู้หญิง เพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงสร้างทัศนคติใหม่ในสังคม ซึ่งต่อยอดมาสู่ความมุ่งมั่นของ ซินดี้ สิรินยา นางแบบ นักขับเคลื่อนสิทธิสตรีสัญชาติไทยและทูตสันถวไมตรีประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก UN Women ที่เดินหน้าประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิสตรี สิทธิการแต่งกายของผู้หญิง ความเท่าเทียมทางเพศ ไปจนถึงการรับมือคดีล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย ภายใต้ #DontTellMeHowToDress ชนิดา คล้ายพันธ์ Head of Public Policy ของ TikTok กล่าวว่า สิ่งที่ TikTok ให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด …