พิธีเปิดคอลเล็คชันผลงานศิลปะของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (Office of Contemporary Art and Culture หรือ OCAC) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564 ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน (Ratchadamnoen Contemporary…
“มีช่วงหนึ่งที่มูจิขายเสื้อผ้าในโทนสีสันสดใสอย่างสีแดงหรือสีส้ม ส่วนหนึ่งก็เพราะเป้นความต้องการของลูกค้าด้วย แต่ก็อาจกล่าวได้ว่า การทำเช่นนั้นได้ทำลายความเป็นมูจิไปครับ” – หนังสือพระเจ้าอยู่ในรายละเอียด – เคสดังกล่าวเป็นหนึ่งในเคสที่ผมจำขึ้นใจเวลาพูดถึงเรื่องแบรนด์และความสำคัญในเรื่องตัวตนของธุรกิจ แน่นอนว่าในช่วงที่ธุรกิจพยายามโตหรือพยายามจะเอาตัวรอดจากวิกฤตต่าง ๆ นั้น วิธีการที่เขามักจะแนะนำกันคือ “ทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการสิ” และนั่นก็เลยนำไปสู่การพยายามดูว่าลูกค้าต้องการอะไร ชอบอะไร และพัฒนาสินค้าและบริการตามแบบนั้น ๆแน่นอนว่ามันก็อาจจะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา หรือการทำให้ลูกค้าที่เคย “ตอบแบบสอบถาม” นั้นสนใจเป็นแน่ แต่สิ่งที่หลายธุรกิจประสบตามมาคือลูกค้ากลุ่มสำคัญของตัวเองได้ลดความสัมพันธ์กับแบรนด์ บางคนถึงขั้นเลิกเป็นลูกค้าไปเลยก็ได้ที่กล่าวเช่นนี้เพราะเราต้องเข้าใจกันเสียก่อนว่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและแบรนด์กับตัวลูกค้านั้นมีอะไรมากกว่าเรื่องของคุณประโยชน์ของสินค้า เพราะยังมีเรื่องของความรู้สึก ภาพจำ และความประทับใจต่าง ๆ ที่เคยมี และเมื่อวันไหนที่ธุรกิจนั้นเดินออกไปจากภาพความประทับใจนั้นแล้ว มันก็ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยมีถูกลดระดับลงจนถึงขั้นสูญหายไปเลยก็ได้ ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงมักจะเตือนหลายธุรกิจในการสร้างแบรนด์เสมอว่าต้องมีความชัดเจนในตัวเองด้วยเหมือนกันว่าเราเป็นอะไร จุดยืนของเราคืออะไร และสิ่งไหนคือสิ่งที่เราควรทำ / ไม่ควรทำ โดยดูด้วยว่าการตัดสินใจนั้นจะทำให้ตัวตนของเราถูกบิดไปมากน้อยแค่ไหน มันจะทำให้สูญเสียจุดยืนอะไรหรือไม่ และการกระทำนั้นจะทำให้ลูกค้าที่เคย “รัก” เรารู้สึกอย่างไรกัน เพราะมันก็ไม่ต่างจากผู้ชายที่ผู้หญิงเคยหลงรักแล้วตัวตนเปลี่ยนไป มันก็คงไม่แปลกที่วันหนึ่งเขาจะหมดรักแล้วไปรักคนอื่นแทนนั่นเองล่ะครับ
หลังโรคระบาดเกิดขึ้น ผู้บริโภคเคยชินกับการซื้อของออนไลน์ รวมถึงลูกค้า “พฤกษา” ที่เปลี่ยนพฤติกรรม ซื้อผ่านออนไลน์ถึง 70% แล้ว // บริษัทพบสถิติไตรมาสแรกปีนี้ ผู้ซื้อค้นหาบ้าน-คอนโดฯ ใน Google Search เพิ่มขึ้น 20% การให้ข้อมูลทางดิจิทัลอย่างละเอียดคือสิ่งที่ต้องทำ การถ่ายภาพจำลอง 360 องศาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ // ด้านยอดเข้าชมโครงการของพฤกษาช่วงระบาดรอบ 3 ไม่กระทบ แต่ลูกค้าตัดสินใจซื้อยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าทั้งปี 2564 ตลาดจะโตกว่าปีก่อนอย่างน้อย 5% ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
อยู่บ้านไม่เหงา เรามาฟังการเสวนาดีๆ แบบไลฟ์สตรีมบนเวที ‘ลองทาย ลองTRY x SC ASSET, Powered by PechaKucha’ ในเทศกาล Bangkok Design Week 2021:
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมเผยว่า ประชาชนทั่วไป (18-59 ปี) สามารถจองคิวการฉีดวัคซีน ผ่านแอปฯหมอพร้อม ได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป โดยเมื่อจองคิวจากแอปหมอพร้อมแล้วจะได้วันนัดมา แต่เราก็สามารถ Walk-in ไปฉีดวัคซีนก่อนวันนัดได้ ซึ่งถ้าวัคซีนเหลือและเราได้ฉีด ระบบจะบันทึกข้อมูลพร้อมยกเลิกนัดเดิมให้อัตโนมัติ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่หลายคนอาจจะสงสัยว่า เราเป็นโรคนี้ กินยานี้อยู่ จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ แบไต๋นำข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอให้อ่านกันครับ เริ่มจากกลุ่มโรคก่อน โรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถฉีดได้ โรคหลอดเลือดสมอง สามารถฉีดได้ (ยกเว้นผู้ป่วยที่อาการยังไม่คงที่หรือยังมีอาการที่อันตรายต่อชีวิต) โรคลมชัก สามารถฉีดได้ ไทรอยด์ สามารถฉีดได้ (ไม่ว่าจะเป็นไทรอยด์แบบใดก็ตาม เช่น มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์, คอพอก, ไทรอยด์เป็นพิษหรือมีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ) โรคปอดอุดกั้น, โรคหอบหืด สามารถฉีดได้ โรคมะเร็ง สามารถฉีดได้ ยกเว้นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังได้รับการผ่าตัดหรือกำลังได้รับเคมีบำบัดควรปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ป่วยมะเร็งระบบเลือด โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกควรฉีดหลังจากรักษาครบ 3 เดือนและควรปปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนทุกครั้ง โรคเอดส์ สามารถฉีดได้ วัณโรค สามารถฉีดได้ กลุ่มตัวยาที่ใช้ On Warfarin สามารถฉีดได้ (INR < 3.0) On ASA, Clopidogrel, Cilostazol สามารถฉีดได้ไม่ต้องหยุดยา On NOACS สามารถฉีดได้ไม่ต้องหยุดยา ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับตัวยาข้างต้น ควรใช้เข็มขนาดเล็กกว่า 23G และไม่ควรคลึงกล้ามเนื้อหลังฉีดวัคซัน และควรกดตำแหน่งที่ฉีดหลังการฉีดยานานกว่าปกติจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ Methotrexxate ให้หยุดยาก่อน 1 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีนในแต่ละครั้งแล้วจึงให้ยาต่อตามปกติ (เฉพาะผู้ป่วยที่อาการคงที่) […]
สื่อท้องถิ่นของประเทศจีนรายงานว่า มีการช่วยเหลือลูกสุนัขและลูกแมวกว่า 160 ตัวจากโกดังที่คาดว่าเป็นการทำธุรกิจจัดส่งแบบผิดกฎหมายที่กำลังโด่งดังในประเทศจีนอย่างสิ่งที่เรียกว่า ‘blind box’ ซึ่ง ‘blind box’ คล้ายกับกล่องสุ่มในบ้านเรา กำลังเป็นเทรนด์ที่โด่งดังอย่างมากในจีน แทนที่จะเป็นการสุ่มสิ่งของธรรมดา แต่กลับกลายเป็นการสุ่มสัตว์เลี้ยงแทน ซึ่งทางผู้ขายจะทำการบรรจุสัตว์เลี้ยงลงในกล่อง แล้วส่งไปให้ผู้ซื้อทางไปรษณีย์ โดยที่ผู้ซื้อจะไม่รู้เลยว่าข้างในกล่องจะเป็นอะไร จากรายงานพบว่าจะมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ ทั้งกิ้งก่า หนู เต่าหรือแม้กระทั่งสุนัขและแมว ซึ่งตามกฎหมายของประเทศจีน มีการห้ามขนส่งสิ่งมีชีวิตทางไปรษณีย์อยู่แล้ว แต่กล่องสุ่มสัตว์เลี้ยงดังกล่าวกลับเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อในจีน จนเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้ดำเนินการกับปรากฏการณ์นี้ การค้นพบในครั้งนี้เป็นการตรวจเจอโดยอาสาสมัคร ซึ่งพบว่าเป็นฝีมือของพ่อค้าท้องถิ่นที่จะนำสัตว์เหล่านี้ไปขายต่อ โดยลูกสุนัขและแมวกว่า 160 ตัวถูกพบในโกดัง ซึ่งทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 3 เดือนทั้งสิ้น สื่อท้องถิ่นระบุว่าพวกมันถูกนำไปใส่กล่อง เพื่อไว้ทำเป็นกล่องสุ่มสัตว์เลี้ยง โดยรายงานระบุว่าในจำนวนนั้น มี 4 ตัวที่เสียชีวิตและยังมีอีกหลายตัวที่ติดโรคด้วย รายงานระบุว่า เหล่าอาสาสมัครอยู่กับพวกมันตลอดทั้งคืน คอยให้น้ำ ให้อาหารและรอเข้ารับการตรวจสุขภาพ โดยทางศูนย์ช่วยเหลือจะกระจายสัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพดีไปยังถิ่นฐานใหม่และยังมีอีก 38 ตัวที่อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล อ้างอิง See alsoIn ข่าววิทยาการon 11/05/2021เทรนด์ใหม่อีกแล้ว! ตู้ปลาเคลื่อนที่ เอาไว้พาปลาสุดรักออกไปเดินเล่น พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง จีนเปิดตัว ‘เรือบรรทุกสินค้าพลังงานไฟฟ้า’ ลำแรกของโลก ‘กังหันลมไฟฟ้าแบบพกพา’ สร้างพลังงานได้ทุกที่ที่มีลม ตะลึง! จีนคืนชีพงานศิลป์ราชวงศ์เว่ยอายุ 1,500 ปี ด้วย ‘คนจริง’ ฮ่องกงและสิงคโปร์จะเปิด ‘Travel Bubble’ ในเดือนหน้า