มาแล้วฟ้อนต์ไทยใหม่ วิธีดาวน์โหลดฟอนต์ไทยล่าสุดฟรีบน Google Fonts ไว้ใช้งานกับเอกสารต่าง ๆ ได้ฟรี และดูสวยงามด้วย มาดูวิธีการกัน
น่าจับตามองสำหรับซีดี ทำไมยอดขายซีดีทั่วโลก กลับมาโตขึ้นอีกครั้ง ? สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ศิลปินเริ่มหารายได้จากซีดีแทนสตรีมมิ่ง
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิถีชีวิตและประ
รักษ (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชีย แสดงศักยภาพตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม จับมือภาครัฐร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน “Thailand International Health Expo 2021” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2565 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หวังผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ (Medical and Wellness Hub) พร้อมยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ สร้างจุดแข็งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทั่วโลกตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพส่วนบุคคล ทำให้ธุรกิจสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดย รักษ (RAKxa) ในฐานะผู้นำทางด้านศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้สนับสนุน 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในงาน “Thailand International Health Expo 2021” มหกรรมสินค้าบริการ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตอกย้ำจุดแข็งด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับต้นของโลก เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านธุรกิจสุขภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากจุดแข็งด้านการแพทย์สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน คุณอุบลวรรณ ขอถาวรวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โครงการ รักษ (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของโลก ดังนั้นเรามองว่าการที่รักษ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจสุขภาพ ได้ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพทางด้านสาธารณสุขและการท่องเที่ยวของประเทศไทย …
Real Estate Real Marketing/ศ. วิทวัส รุ่งเรืองผล witawat@tbs.tu.ac.th ท่านที่เคยเรียน หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับการตลาด การแบ่งส่วนตลาดหรือการจำแนกประเภทลูกค้า (Segmentation) เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ในตำราด้านการตลาดพื้นฐานมักจะอธิบายวิธีการแบ่งส่วนตลาด โดยใช้เกณฑ์หลัก 4 ปัจจัย ได้แก่ เกณฑ์ด้านประชากรศาสตร์ (Demographic) เกณฑ์ด้านจิตวิทยา (Psychographic) เกณฑ์ด้านพฤติกรรม (Behavioral) และเกณฑ์ด้านปัจจัยทางภูมิศาสตร์ (Geographic) โดยเกณฑ์ 3 ประการแรก นักการตลาดนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการนำมาจำแนกประเภทลูกค้าและวิเคราะห์ แต่สำหรับเกณฑ์ด้านภูมิศาสตร์ คำอธิบายในหนังสือส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ถ้าเป็นตำราจากต่างประเทศ อย่างในสหรัฐอเมริกา เกณฑ์ด้านภูมิศาสตร์ดูเหมือนจะมีความสำคัญพอสมควร เนื่องจากเป็นประเทศใหญ่ที่มีความแตกต่างกันด้านลักษณะทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างมาก แต่สำหรับประเทศไทย ความแตกต่างกันด้านภูมิศาสตร์ที่นำมาใช้มีการจำแนกประเภทลูกค้าดูเหมือนจะมีไม่มากนัก ในตำราของไทยจึงไม่ค่อยได้มีการวิเคราะห์เกณฑ์ในด้านนี้มากนัก แต่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ คือ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปในที่ที่มีความต้องการได้ ทำเล (Location) จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ผมเลยอยากจะนำเกณฑ์ด้านปัจจัยทางภูมิศาสตร์มาอธิบายเป็นแนวทางให้นักการตลาดด้านอสังหาริมทรัพย์ใช้สำหรับ วิเคราะห์และจำแนกประเภทลูกค้า ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ ที่เหมาะกับการนำมาใช้ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 1. เขตการปกครอง ตลาดหลักสำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมี …
SME Think Tank/ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม โลกปัจจุบันเราอยู่กับ “ความกลัว” หลายรูปแบบ ตลอดเวลา จริงไหมครับ ยิ่งในช่วง 2 ปีที่เจ้าโรคระบาด Covid-19 อาละวาดอย่างไม่รู้ว่าจะหมดฤทธิ์เดชเมื่อไร สร้างความกลัวอย่างมากมาย กลัวว่าจะติดโรคร้าย กลัวตาย กลัวตกงาน กลัวขาดรายได้ กลัวไปหมด หลายคนกลัวจนกลายเป็นโรคประสาท จิตตก ฯลฯ เรียกว่ากลัวขึ้นสมอง ความจริงแม้ไม่มีโรคระบาด Covid-19 ความกลัวก็เป็นเรื่องปกติที่หนีไม่พ้น ความกลัวเกิดได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ไม่มีวันหยุด และเป็นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ไม่เว้นว่าจะนับถือศาสนาใด นักจิตวิทยาบอกว่า “ความกลัว” สามารถใช้สร้างหรือกระตุ้น “ความต้องการ” ได้มากกว่า “ความอยาก” เชื่อไหมครับ ลองสำรวจตัวเองดูว่า กลัวสูญเสีย มากกว่าความอยากได้โน่นอยากได้นี่ หรือเปล่า เรามักได้ยินคนบ่นว่า “เสียดายที่สูญเงิน” มากกว่า “ดีใจที่ได้เงิน” นักการตลาดที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ได้เอา “ความกลัว” มาสร้างหรือกระตุ้นความต้องการ หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า …